วิธีกำจัดเซลล์ผิวที่หมดอายุสำหรับผิวหน้า

Share Button

การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุดสามารถช่วยลดการอุดตันของสิวเสี้ยนหรือน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีที่ได้รับความนิยมคือการผลัดเซลล์ผิวด้วย TCA ที่ความเข้มข้น ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากใช้ได้ผลดีกับริ้วรอยและฝ้ากระที่ไม่มากเกินไป สำหรับการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังแท้ช่วงบน ที่ระดับความลึกกว่าชั้นนอกจะมีผลต่อโครงสร้างของเม็ดสีผิว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากรังสี UV ทำให้เกิดริ้วรอย ขี้แมลงวัน รวมไปถึงโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังระยะเบื้องต้น นิยมใช้ กลุ่มสารเคมีจำพวก BHA มีฤทธิ์เร่งผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้รอยสิวดูจางลง และมีฤทธิ์สลายสิวอุดตันได้เป็นอย่างดี สุดท้ายคือการผลัดเซลล์ผิวชั้นลึกนิยมใช้ CO2 laser resurfacing เนื่องจากปัญหาผิวเริ่มมีอาการรุนแรงจากการได้รับรังสี UV มากเกิน เกิดริ้วรอยบนใบหน้าหรือร่องแก้มลึก ผิวดูแก่ก่อนวัย สำหรับเทคโนโลยีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้น มีดังนี้

Physical peeling เป็นการผลัดผิวโดยการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ และกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากวิธีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชั้นผิวแท้ เพื่อประโยชน์ที่ครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาริ้วรอยอีกด้วย โดยวิธีที่เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก คือการกรอผิวหนังชั้นแท้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนัง วิธีดังกล่าวผิวจะสร้างขึ้นใหม่ภายใน 7 วัน และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดเนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวอ่อนแอจากการฟื้นฟูผิวชั้นนอก ทั้งนี้เราสามารถเลือกครีมที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่ง เช่น ผลิตภัณฑ์ gdm blossom jelly ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin E, vitamin C เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลาเจนใต้ชั้นผิว และควรหลีกเลี่ยงครีมบำรุงที่มีกรดผลไม้ เช่น AHA ในขณะที่ผิวหน้าบาง อย่างไรก็ตามเรายังมีการกรอผิวหน้าที่ไม่ลงลึกในระดับชั้นผิวแท้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเล็กน้อย ซึ่งสามารถช่วยลดรอยหมองคล้ำ ลดสิวอุดตัน และริ้วรอยเบื้องต้นได้

Chemical peeling เป็นการผลัดเซลล์ผิวหน้าโดยการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุด ทั้งนี้ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถควบคุมวงของบาดแผล ปริมาณและความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้ได้

นอกจากการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ในการผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสแล้ว เราสามารถใช้วิธีทางธรรมชาติได้เช่นกัน เช่นการขัดผิวหน้าด้วยผลไม้ที่มีกรดวิตามิน ได้แก่ ผลไม้ตระกูลส้ม และการพอกหน้าด้วยผัก ผลไม้ที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น แตงกวา และมะเขือเทศ วิธีเหล่านี้ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพผิว ไม่มีสารเคมีตกค้าง แต่อาจพบปัญหาระคายเคืองได้บ้างสำหรับบางคนที่มีสุขภาพผิวแพ้ง่าย ทั้งนี้ หากไม่มั่นในหรือเกิดอาการแพ้ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที